Review: Samsung Galaxy Note 10.1 แท็บเล็ต+สไตลัส=อุปกรณ์แห่งอนาคต! (EP3 My Thoughts)

ป๋าเอก | 23 ส.ค. 2555 09:33:02

40844

VIEWS ป๋าเอก



บทความ Review Samsung Galaxy Note 10.1 โดย ป๋าเอก TechXcite เดินทางมาจนถึง Episode 3 ช่วงโค้งสุดท้ายของรายการกันแล้วหลังจากป๋านำ Samsung Galaxy Note 10.1 ไปกกกอดอยู่ที่บ้านเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ก็คงจะถึงเวลาอันสมควรแล้วละครับที่จะขอเชิญทุกท่านมาฟังคอมเมนต์ส่วนตัวของป๋าเกี่ยวกับเจ้า Samsung Galaxy Note 10.1 ตัวนี้กันบ้างว่ามันมีจุดเด่นจุดด้อยกันอย่างไรบ้าง 

ส่วนจะโดนใจทุกท่านหรือไม่คงต้องแนะนำให้ไปรอสัมผัสตัวจริงของ Samsung Galaxy Note 10.1 ที่จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 30 สิงหาคม 2555 นี้ตามร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายของ Samsung ทั่วไปกันด้วยตัวเองแล้วละครับ งานนี้มาดูกันว่า Samsung Galaxy Note 10.1 จะตอบโจทย์การใช้งานของใครกันบ้างเราไปติดตามกันจากทรรศนะด้านล่างนี้กันได้เลยจ้า :)



ก่อนอื่นมาพูดกันในเรื่องของดีไซน์ว่าแอบผิดหวังเล็กน้อยที่ Samsung Galaxy Note 10.1 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ถอดแบบมาจากรุ่น Galaxy Tab 2 10.1 เลยทำให้ไม่เห็นความแตกต่างสักเท่าไหร่ ส่วนวัสดุบอดี้ที่เป็นพลาสติกนั้นบางคนอาจจะไม่ชอบแต่ป๋าว่ามันช่วยให้น้ำหนักตัวเครื่องเบาขึ้นซึ่งจะเหมาะกับคนที่ต้องถือ Note 10.1 เพื่อจดงานหรือสเกตช์ภาพอยู่ตลอดเวลาไม่น้อย ทำให้ไม่เกิดอาการเมื่อยแขนจนอ่อนเปลี้ยไปเสียก่อน

ส่วนเรื่องหน้าจอนั้นแม้จะให้สีสันที่แจ่มจรัสโชติช่วงชัชวาลย์ตามสไตล์ Samsung แต่มันยังไม่ดุเด็ดเผ็ดมันส์เหมือนฝั่ง Galaxy S3 อะนะ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะการขาดหายไปของเทคโนโลยี Super AMOLED อันขึ้นชื่อลือชารวมไปจนถึงความละเอียดหน้าจอเพียง 1280*800 พิกเซลที่ป๋าเชื่อว่าถ้า Samsung ให้มาแบบเต็มๆระดับ Full HD 1920*1080 พิกเซลละก็คงจะดีกว่านี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามจุดที่ต้องชื่นชมเป็นอย่างมากและน่าจะเป็นจุดขายมากที่สุดแล้วก็คือปากกา S-Pen แบบใหม่ของ Samsung Galaxy Note 10.1 ซึ่งจากที่ป๋าให้มือโปรด้านกราฟฟิคดีไซน์ที่ต้องใช้ปากกาแนวๆ Wacom บ่อยๆไปลองทดสอบวาดรูปดูปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับมาทางบวกเป็นอย่างมากว่า S-Pen ให้สัมผัสในการวาดภาพบน Samsung Galaxy Note 10.1 ได้ใกล้เคียงกับการวาดรูปด้วยปากกาจริงๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำหนักในการลงเส้นที่เห็นชัดว่าต่างจากอุปกรณ์ของค่ายอื่น แม้อาจจะไม่ถึงขั้นที่ว่าปากกาจะตอบสนองต่อการลากเส้นได้แบบวินาทีต่อวินาทีจริงๆแต่ก็ไม่ได้เกิดอาการหน่วงจะๆให้เห็นแต่อย่างใด

ที่สำคัญก็คือ Samsung ดูเหมือนว่าจะรู้ใจว่าถ้าปากกา S-Pen ดีแต่เพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่ถูกต้อง คุณพี่แกเลยจัดแอปฯและโปรแกรมน่าสนใจที่สามารถตอบสนองต่อการทำงานด้วย S-Pen มาให้เต็มๆทั้ง S Memo เวอร์ชั่นแท็บเล็ตที่สามารถทำอะไรได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม, Adobe Photoshop Touch สำหรับนักตัดต่อภาพเพื่อใช้คู่กันกับ S Memo รวมไปจนถึงโปรแกรม Polaris Office เพื่อสร้างไฟล์งานเอกสารต่างๆซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถนำ Samsung Galaxy Note 10.1 ไปใช้งานในชีวิตประจำวันแทนโน้ตบุ๊คขนาดย่อมๆได้เลยละ

แน่นอนว่าการที่จะทำงานให้ได้เปรียบเสมือนกับโน้ตบุ๊คขนาดย่อมๆตามที่ว่ามาข้างต้นก็คงต้องอาศัยขุมพลังจากฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องที่บอกได้เลยว่า Samsung Galaxy Note 10.1 จัดมาให้ระดับพระกาฬชนิดที่เรียกได้ว่าติดอันดับ 1 ใน 3 ของแท็บเล็ตที่แรงที่สุดในตลาดเวลานี้ (แถมดีกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปๆบางตัวเสียอีก) ด้วย Quad Core CPU ความเร็วถึง 1.4GHz และ 2GB RAM ที่จะทำให้ท่านสลับการทำงานได้อย่างลื่นไหลและมีประสิทธิภาพได้ถึงขนาดที่ว่าคุณสามารถแบ่งหน้าจอ Note 10.1 เป็น 2 ส่วนเพื่อทำงาน 2 อย่างในเวลาเดียวกันได้เลยละ และที่พลาดไม่ได้ก็คือคอเกมส์ทั้งหลายที่หากได้สัมผัสกับสเปคระดับนี้ของ Samsung Galaxy Note 10.1 บางทีคุณอาจจะลืมเครื่องเล่นเกมส์พกพาที่เล่นอยู่ไปเลยก็ได้นะเหวย

กระนั้นก็ดีในส่วนที่ขัดใจอยู่บ้างสำหรับป๋าเอกก็คือเรื่องกล้องหลังใน Samsung Galaxy Note 10.1 ที่แม้ว่าจะมาพร้อมระดับความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมออโต้โฟกัสและแฟลช LED ทว่าดูเหมือนว่าคุณภาพของภาพที่ออกมาจะอยู่ในระดับกลางๆไม่ได้สวยงามโอเวอร์อย่างที่คิด ที่สำคัญก็คือบันทึกไฟล์วิดีโอได้เพียงระดับ HD 720p เท่านั้นก็เลยแอบเสียดายนิดๆที่ไม่แตะระดับ Full HD เหมือนอย่างเครื่องไฮเอนด์ทั่วไป แต่เอาเป็นว่าอย่างน้อย Samsung Galaxy Note 10.1 ก็มีกล้องหน้า-หลังมาให้ครบครันเพราะคาดว่าหลายๆท่านที่ใช้แท็บเล็ตเพื่อวาดภาพน่าจะได้ใช้งานกันบ่อยๆแน่ (เช่นถ่ายรูปต้นแบบมาวาดรูปหรือแทรกในบทความเป็นต้น)

และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความคุ้มค่าประเภทซื้ออุปกรณ์ตัวเดียวแต่อยากได้ทุกอย่างครอบจักวาลก็ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด Samsung Galaxy Note 10.1 โดยเด็ดขาดเพราะนี่คือแท็บเล็ตกึ่งสมาร์ตโฟน (จากเดิม Galaxy Note รุ่นแรกคือสมาร์ตโฟนกึ่งแท็บเล็ต) ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์โทรศัพท์เข้า-ออกได้อย่างเต็มรูปแบบแถมรองรับ 3G ทุกเครือข่าย เรียกได้ว่าซื้อตัวนี้ไปก็เหมือนแถมมือถือชั้นดีมาให้อีกเครื่อง นอกจากนี้ยังค่อนข้างแน่นอนด้วยว่า Samsung Galaxy Note 10.1 จะสามารถรองรับการอัพเกรดเป็น Android 4.1 Jelly Bean ได้ภายในสิ้นปีนี้แน่นอน เรียกได้ว่าเป็นการซื้อเพื่ออนาคตก็ไม่ปานเลยละครับ

เอาเป็นว่าป๋าขอสรุปตรงนี้เลยว่า Samsung Galaxy Note 10.1 นั้นถือได้ว่าเป็นแท็บเล็ตที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในแวดวงของงานสร้างสรรค์อารมณ์ประมาณดีไซเนอร์, บล็อกเกอร์หรือคนที่ต้องมีการพรีเซนต์งานอยู่เป็นประจำ ไล่เรียงไปจนถึงคอเกมส์ที่เน้นสเปคแรงไว้ก่อนอย่างอื่นว่ากันทีหลังก็น่าจะเข้าแก๊ปไม่น้อย เช่นเดียวกับฝั่งคนที่อยากลองเล่น Android ที่ลื่นจริงไม่น้อยหน้า iPad ยังไงก็ควรเริ่มจากเจ้า Galaxy Note 10.1 นี่ละ ส่วนราคาวางขายในบ้านเราที่ 21,900 บาทนั้นบอกตามตรงเลยว่าคุ้มค่ามากครับหากเปรียบเทียบกับสิ่งที่ท่านจะได้รับจากที่ว่ามาทั้งหมดทั้งมวลข้างต้นนี้ :)



Samsung Galaxy Note 10.1 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยด้วยราคา 21,900 บาทตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไปตามร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายของ Samsung รวมไปจนถึงผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ในบ้านเราทั้งหมดครับ

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

Review: Samsung Galaxy Note 10.1 แท็บเล็ต+สไตลัส=อุปกรณ์แห่งอนาคต! (EP1 Design)

Review: Samsung Galaxy Note 10.1 แท็บเล็ต+สไตลัส=อุปกรณ์แห่งอนาคต! (EP2 Features)

Review: Samsung Galaxy Note 10.1 แท็บเล็ต+สไตลัส=อุปกรณ์แห่งอนาคต! (EP3 My Thoughts)