Review : Oppo Find 5 Mini สานต่อความสำเร็จในขนาดที่ Mini กว่า !!

ทีมงานTechXcite | 17 ก.พ. 2557 12:21:28 (อัพเดต 20 ก.พ. 2557 11:37:57)

32144

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review : Oppo Find 5 Mini สานต่อความสำเร็จในขนาดที่ Mini กว่า !!

Review : Oppo Find 5 Mini สานต่อความสำเร็จในขนาดที่ Mini กว่า !!



สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกท่านนะครับ กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนกันอีกเช่นเคย วันนี้ทางทีมงานขอเสนอ Oppo Find 5 Mini หลังจากที่รุ่นเรือธงอย่าง Oppo Find 5 ประสบความสำเร็จกันไปถล่มทลายเมื่อปีที่แล้ว คราวนี้ก็ได้ทีของรุ่นน้องอย่าง Oppo Find 5 Mini บ้าง กลับมาครั้งนี้จะมีอะไรน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน เรามาติดตามกันเลยครับ ^^"



กลายเป็นเทรนด์ไปกันหมดแล้วนะครับ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีชื่อต่อท้ายว่า Mini เนี่ย เพราะไม่ว่าจะแบรนด์ไหนๆก็ทยอยออกมากันตรึม แน่นอนว่าทาง Oppo ก็ไม่น้อยหน้าที่จะปล่อยตัว Oppo Find 5 Mini ออกมาสู่ตลาดเพื่อต่อกรกับค่ายอื่นๆในกระแสความ Mini ด้วยล่ะ :D

สเปคของ Oppo Find 5 Mini



ขึ้นชื่อว่า Mini แล้วการจะอัดสเปคมาเต็มๆเท่ากับรุ่นระดับเรือธงก็ยังไงอยู่ สเปคของเจ้า Find 5 Mini นั้นก็มาพร้อมกับ Android 4.2.2 ครอบด้วย ColorOS ใช้หน่วยประมวลผลจากค่าย MediaTek อย่าง MT6582 และ GPU Mali-400 MP แรมก็ให้มาที่ 1 GB หน่วยความจำในเครื่องให้มาที่ 4 GB (เหลือใช้ประมาณ 2 GB) สามารถเพิ่ม Micro SD card ได้ 

ด้าน Design 



ทางด้าน Design นั้นเจ้า Oppo Find 5 Mini นั้นก็เรียกได้ว่าคล้ายคลึงกับรุ่นพี่อยู่พอสมควร ที่แตกต่างคงจะเป็นด้านหลังของตัวเครื่องที่มีการเปลี่ยนไปใช้วัสดุพลาสติกใสคล้ายกระจกแทน (ใน Find 5 เป็นพลาสติกด้าน) ตัวเครื่องให้ความรู้สึกที่แน่นหนาดี ขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่  68 × 137 mm. บางเพียง 7.75 mm.เท่านั้น และน้ำหนักอยู่ที่ 128 กรัม



ทางด้านจอแสดงผลของ Oppo Find 5 Mini เนื่องจากเป็นรุ่น Mini จึงมีการลดขนาดลงมาอยู่ที่ 4.7 นิ้วความละเอียดระดับ qHD (quater HD) 540 x 960 พิกเซล (Oppo Find 5 ใช้หน้าจอ 5 นิ้ว Full HD) ใช้ชนิดจอแบบ IPS ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่คมชัดใช้ได้ ให้สีสันได้สว่างสดใสสวยงามดีครับ



ด้านหน้าส่วนบนจะมี ช่องลำโพงสำหรับสนนทนา และกล้องหน้าขนาด 2 ล้านพิกเซล



ด้านหน้าส่วนล่างก็จะมีปุ่มสัมผัสมาตรฐานของ Android อย่าง ปุ่ม Menu , ปุ่ม Home และปุ่ม Back



ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 mm.



ด้านล่างจะมีช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา ช่อง Micro USB อยู่ตรงกลาง และช่องลำโพงหลัก (ไม่ใช่ลำโพงคู่นะครับ คล้ายๆกับไอโฟนนั่นแหละ :P)



ด้านซ้ายของตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิด และล็อคเครื่อง



ด้านขวาจะมีปุ่ม ปรับระดับเสียง



ด้านหลังเครื่องจะมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอยู่ ถัดลงมาจะเป็นไฟแฟลช LED และโลโก้ Oppo จ้ะ



พอดูรอบๆทั้งเครื่องแล้วหลายคนคงแอบสงสัยว่าอ่าว แล้วมันใส่ซิมตรงไหนล่ะหว่า "ช่องใส่ซิมกับช่องใส่ Micro SD มันอยู่ตรงไหนกันล่ะครับ !?" ไม่เห็นมีอยู่สักตรงเลย -0-" พอลองมาดูตรงมุมขวาล่างของตัวเครื่องก็แอบเห็นรูสำหรับแกะฝาหลังอยู่นั่นเอง พอเราเอาเข็มทิ่มลงไปฝาหลังก็จะเด้งขึ้นมาพร้อมให้เราแกะมันออกมาแล้วล่ะครับ (โถ่...หาตั้งนาน ฮ่าๆ)



พอแกะฝาหลังออกมาก็จะพบกับช่องใส่ซิมแบบไมโครซิม 2 ช่องอยู่ซ้าย-ขวา และตรงกลางเป็นช่องใส่ Micro SD Card และแบตเตอรี่ความจุ 2,000 mAh ครับ

ระบบปฎิบัติการ ColorOS ที่ Oppo ภูมิใจเสนอ !!



เป็นที่รู้กันว่าทาง Oppo นั้นได้พัฒนา UI ขึ้นมาเองสำหรับสมาร์ทโฟนใหม่ๆของตัวเอง (ตัวเก่าบางตัวก็สามารถอัพเดทได้ด้วย) นั่นก็คือ ColorOS นั่นเอง และเจ้า Find 5 Mini นี้ก็มาพร้อม ColorOS ด้วยเช่นกัน ถึงจะใช้ชื่อว่า ColorOS แต่จริงๆแล้วก็ยังใช้ระบบปฎิบัติการ Android เป็นแกนหลักอยู่ดี แต่ความสามารถในการปรับแต่งต่างๆนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับหน้า Home Screen , Widgets,Wallpaper หรือ Themes สามารถเลือกปรับได้มากมายเลย เรียกได้ว่าลืม Android แบบเดิมๆไปเลยล่ะครับ



ตัวอย่างการปรับแต่งหน้า Home Screen ให้มี Live weather ในภาพจะเป็นการใช้ Live Weather แบบ Rain ให้บรรยากาศแบบฝนตกชุ่มฉ่ำ ฝนตกลงมาใส่บริเวณไอคอนแอพต่างๆด้วย



Themes ก็มีให้เลือกโหลดได้มากมาย สามารถเลือกโหลด เลือกปรับแต่งกันได้ตามสบายเลยครับ



หน้า Exclusive Space ที่สามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับหน้า Home Screen ได้อีก ทั้ง Photo Space หรือ Music Space 

ฟีเจอร์ Gesture และ Motion



ถึงจะเป็นรุ่น Mini แต่ความสามารถที่ได้มาก็ไม่ได้ Mini เลยนะครับ เพราะมาพร้อมกับฟีเจอร์ Gesture&Motion เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง Oppo N1 หรือ Oppo R1 กันเลยทีเดียว



ฟีเจอร์ Black Screen Gesture นี้เราสามารถวาดนิ้วเป็นสัญลักษณ์หรือตัวหนังสือไว้ในการเข้าแอพพลิเคชั่นที่เราตั้งค่าไว้ได้เลยทันที ถึงแม้หน้าจอจะปิดอยู่ก็ตาม (เจ๋งป่ะล่ะ :P) หรือหากอยู่หน้า Home Screen แล้วก็ยังสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้อยู่โดยการลากแถบ Notification Bar จากมุมซ้ายของตัวเครื่องลงมา แล้ววาดนิ้วลงไปได้เหมือนกัน ^0^



Gesture & Motion ก็ยังมีให้เลือกปรับอีกมากมาย สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Setting > Gesture & Motion เลยครับ มีทั้ง Gesture Screenshot (แคบหน้าจอด้วยกานลาก 3 นิ้วลงมาพร้อมกัน) ,Adjust Volume (ลาก 2 นิ้วขึ้นลงเพิ่อเพิ่ม-ลดเสียง) , Easy Answer (รับสายอัตโนมัติเพียงยกมือถือมาแนบหู) , Double Tap to wake up (แตะที่หน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ) และอื่นๆอีกมากมาย อธิบายกันไม่หมดเลยล่ะครับ (แหม่ เยอะจริงๆ ^^")

ความบันเทิงบน Oppo Find 5 Mini





แบรนด์ Oppo ก็ขึ้นชื่อทางด้านคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมอยู่แล้ว เรื่องการฟังเพลงคงไม่มีปัญหา (ลำโพงทรงพลังมาก) การเล่นไฟล์มัลติมีเดียต่างๆบน Oppo Find 5 Mini นั้นก็ถือว่าทำได้ดี ด้วยขนาดหน้าจอระดับ 4.7 นิ้ว ความละเอียด qHD แต่อาจจะมีปัญหาเล็กน้อยในการดู Youtube เพราะด้วยความละเอียดหน้าจอไม่ถึงระดับ HD ทำให้ไม่สามารถเลือกความละเอียดวีดีโอบนยูทูปเป็น HD ได้ (ได้แค่ HQ) อาจจะทำให้ภาพที่ได้ออกมาหยาบไปนิดนึงครับ



แต่หากดูหนังผ่านแอพฯ Video ของตัวเครื่องเอง ก็ถือว่าภาพที่ได้คมชัดดี (ขึ้นอยู่กับไฟล์วีดีโอด้วย)

ประสิทธิภาพบน Oppo Find 5 Mini



มาดูทางด้านประสิทธิภาพของเจ้า Find 5 Mini
 กันบ้าง ก็แน่นอนว่าต้องวัดกันด้วยคะแนน Benchmark จากแอพฯ ยอดนิยมอย่าง Antutu Benchmark กันอีกเช่นเคย และคะแนนก็อยู่ที่ 17,069 คะแนนครับ

การเล่นเกมบน Oppo Find 5 Mini 
เจ้า Find 5 Mini นี้มาพร้อมกับ CPU ระดับ Quadcore 1.3 GHz และ GPU อย่าง Mali-400MP กันเลยทีเดียว เรื่องประสิทธิภาพการเล่นเกมคงไม่ต้องเป็นห่วงมากแล้วล่ะครับ 









จากการทดสอบด้วยเกมหนักๆอย่าง 300 : Seize Your Glory , Lawless , Deer Hunter หรือเกมเล็กๆเล่นเพลินๆอย่าง Banana Kong ก็ถือว่าเล่นได้ราบลื่น อาจจะมีกระตุกบ้างในบางจุดครับ

ความสามารถด้านกล้องบน Oppo Find 5 Mini



มาดูกันที่เรื่องกล้องกันบ้างครับ Oppo Find 5 Mini ให้กล้องหลังมาที่ 8 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับเทคโนโลยี Pure image ที่ทาง Oppo บอกไว้ว่าจะช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีขึ้น ส่วนกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล ทั้งหน้าและหลังสามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ 720P โดยโหมดถ่ายรูป ก็จะมีให้เลือก 4 โหมดหลักๆคือ Normal (ปกติ) , HDR , Panorama และ Beauty (สวยเลิศ)

มาดูภาพตัวอย่างจากกล้องของ Oppo Find 5 Mini กันเลยครับ















ตัวอย่างจากกล้องหน้า





การใช้งานแบตเตอรี่บน Oppo Find 5 Mini



ก็ถือว่าจัดการได้ดีพอสมควรครับ ใช้งานโดยเปิด Wifi ตลอด เล่นเกมนิดหน่อย ถ่ายภาพ เล่น Social Network สามารถใช้งานได้ทั้งวัน เรื่องความร้อนก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน เล่นหนักๆก็อยู่ในระดับอุ่นๆเท่านั้นครับ ^^" 

สรุปการใช้งาน



Oppo Find 5 Mini นั้นเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟน 2 ซิม ที่มีสเปคระดับ Quadcore และมีความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนที่ดี ในราคาต่ำหมื่นก็ถือว่า Oppo Find 5 Mini นั้นเป็นตัวเลือกอย่างดีในตอนนี้เลยครับ แถมความสามารถจาก ColorOS ที่มีฟีเจอร์ Gesture ต่างหรือการปรับแต่งมากมาย ส่วนราคาของเจ้าตัวนี้ก็อยู่ที่ 8,990 บาทเท่านั้นจ้า

จุดเด่น
- รองรับ 2 ซิม
- มาพร้อม ColorOS กับความสามารถที่หลากหลาย
- กล้องมาพร้อมเทคโนโลยี Pure Image  ที่ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี

จุดสังเกต
- ไม่รองรับ NFC
- หน่วยความจำภายในเหลือใช้จริงประมาณ 2 GB (ตรงนี้อาจจะแก้ปัญหาด้วยการหา Micro SD มาใส่เพิ่มครับ)