Preview : Samsung Galaxy Tab S แท็ปเล็ตที่จะฉีกทุกกฏเกณฑ์ความคมชัดและสีสันด้วยหน้าจอ Super Amoled !!

เฮียแม็พ | 30 มิ.ย. 2557 23:28:15 (อัพเดต 1 ก.ค. 2557 13:40:33)

10749

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : Samsung Galaxy Tab S แท็ปเล็ตที่จะฉีกทุกกฏเกณฑ์
ความคมชัดและสีสันด้วยหน้าจอ Super Amoled !!

สวัสดีเพื่อน TechXcite ทุกท่านนะครับ กลับมาพบกับพีวิวอุปกรณ์ไอทีและแก็ดเจ็ตใหม่ๆกันอีกเช่นเคย เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาทาง Samsung ได้จัดงานเปิดตัวแท็ปเล็ตซีรี่ส์ใหม่อย่าง Galaxy Tab S สำหรับ Blogger และสื่อเว็บไซต์ต่างๆขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าทางทีมงานก็ได้ไปร่วมงานและก็ไม่พลาดที่จะทำพรีวิวคร่าวๆของเจ้าแท็ปเล็ตตระกูล Galaxy Tab S มาให้ชมกัน จะน่าสนใจแค่ไหน เรามาติดตามกันเลยค้าบบบ ^0^

ลองจับแท็ปเล็ตซีรี่ส์ Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่น !!

แท็ปเล็ตในซีรี่ส์ Galaxy Tab S นั้นเปิดตัวมา 2 รุ่นด้วยกัน คือหน้าจอขนาด 8.4 นิ้ว และ 10.5 นิ้ว ทั้ง 2 รุ่นนี้มีสเปคภายในเหมือนกันคือมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Exynos 5420 Octa-core ในสถาปัตยกรรมแบบ big.LITTLE ประกอบด้วย 4 Cortex-A15 CPU ความเร็ว 1.9 GHz + 4 Cortex-A7 CPU ความเร็ว 1.3 GHz , Mali-T628MP6 GPU , แรม 3 GB , หน่วยความจำภายใน 16 GB มาพร้อมกับ 2 สี Titanium Bronze และ Dazzling White เป็นต้นครับ

เปรียบเทียบขนาดของทั้ง 2 รุ่นหน่อย แน่นอนว่าต่างกันพอสมควร แบตเตอรี่นั้นตัว Tab S 8.4" ให้มาที่ 4,900 mAh ส่วนตัวใหญ่ Tab S 10.5" นั้นให้มาที่ 7,900 mAh ครับ

ส่วนน้ำหนักก็ถือว่าทำมาได้เบาดีมาก โดยตัว Tab S 8.4" มีน้ำหนักอยู่ที่ 298 กรัม และตัว Tab S 10.5" มีน้ำหนักที่ 497 กรัมเท่านันเอง ซึ่งจากการได้จับถือดูแล้วก็ถือว่าเบามากๆเลยจริงๆ ประทับใจตรงจุดนี้มากเลยล่ะ พกพาไปไหนน่าสะดวกสบายมากๆเลย ^^"

ส่วนความบางก็เป็นอีกจุดเด่นอีกจุดของซี่รีส์ Galaxy Tab S นี้ เพราะมาพร้อมความบางเพียง 6.6 มม.(ทั้ง 2 รุ่น) เท่านั้น โอ้ว !!...มันบางจริงเลยจอร์จ !! *0* 

ส่วนด้านหลังนั้นก็จะเป็นแบบจุดๆ (Dot Design) แบบเดียวกับบน Galaxy S5 แต่พอมาอยู่ในไซส์แท็ปเล็ตแล้วดูสวย หรูหราขึ้นเยอะเลยนะ (ต้องขออภัยที่ภาพด้านหลังของตัว Tab S 8.4" เห็นลายจุดๆไม่ชัดเจนด้วยนะครับ แต่ตัวจริงเห็นชัดอยู่พอสมควรนะ -/\-)

เนื่องจากสเปคของทั้ง 2 รุ่นไม่ต่างกันมากจึงขอ พรีวิวแบบเน้นไปที่รุ่นพี่ใหญ่อย่าง Galaxy Tab S 10.5 แทนนะครับ จุดเด่นจริงๆของซีรี่ส์ Galaxy Tab S นี้ก็คือหน้าจอที่มาพร้อมกับหน้าจอ Super Amoled  ความละเอียด WQXGA (2560x1600 พิกเซล) หรือก็คือ 2K ในอัตราส่วนแบบ 16:10 นั่นเอง ซึ่งเห็นทีแรกก็สะกดสายตาได้อย่างมากเลย จอคม สีสันสวยจริงๆ ซึ่งตรงนี้ถือว่าทาง Samsung ทำได้ดีมาตั้งแต่บนสมาร์ทโฟนแล้ว แถมขอบหน้าจอก็ยังดูบางสุดๆไปเลยด้วย เยี่ยม !!

ยิ่งถ้าได้ดูไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงๆแล้วด้วยล่ะก็ คุณจะต้องทึ่งกับความสวยงามของหน้าจอไปอีกแน่ๆ โอ๊ย...ทำไมสวยแบบนี้ 555

แหม่ มัวแต่มองจอจนลืมน้ำหนักไปเลย ซึ่งอย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้าแล้วว่า ทั้งน้ำหนักและความบางของเจ้า Galaxy Tab S นั้นถือว่าเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งสำหรับรุ่นนี้เลย บางและเบาได้ใจจริงๆ

บริเวณรอบๆเครื่อง เริ่มจากด้านบนก็จะมีตัว Infareted เอาไว้ใช้เป็นรีโมตได้ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ครับ

ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีช่องใส่ Micro-Sim , ช่อง Micro-USB (แบบ 2.0 นะครับ) ถัดมาจะเป็นช่องสำหรับใส่ Micro-SD ซึ่งรุ่นนี้ก็สามารถเพิ่มสูงสุดได้ที่ 128 GB แบบเดียวกับบน Galaxy S5 นั่นล่ะครับ และลำโพงหลักของตัวเครื่อง


ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่องก็จะมีช่องหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มม. และลำโพงหลักอีกตัว ซึ่งเท่ากับบนรุ่นนี้จะมีลำโพงคู่แบบ Stereo นะครับ :D

ปุ่ม Menu ถูกแทนที่ด้วยปุ่ม Recent Apps แบบเดียวกับ Galaxy Note Pro และ Galaxy รุ่นใหม่แล้วๆ 

มาดูด้านหลังชัดๆกันอีกที ดูดีขึ้นกว่าตอน Galaxy S5 พอสมควรเลย หรูหราใช้ได้ 

ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพร้อมแฟลช LED อยู่ด้วย

ส่วนด้านล่างจะมีตัวแม่เหล็กกลมๆ 2 จุดอยู่ เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริม ซึ่งเดี๋ยวจะพูดถึงอีกทีตอนท้ายนะครับ

ต่อกันที่ UI และฟีเจอร์ต่างๆกันบ้าง 

Galaxy Tab S ทั้ง 2 ตัวมาพร้อมกับ Magazine UI แบบเดียวกับบน Galaxy Note Pro และ Galaxy S5 แน่นอนว่าเรื่องของความลื่นไหลนั้นไม่ต้องพูดถึง หัวแตกกันเลยล่ะ 555

อ่า...ลืมบอกไป มาพร้อมกับ Android 4.4.2 Kitkat ด้วยนะจ๊ะ

ฟีเจอร์ต่างๆก็ได้มาจาก Galaxy S5 เพียบ อาทิฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ หรือ Finger print Scanner ซึ่งสามารถใช้ปลดล็อคได้แบบเดียวกับ Galaxy S5 และยังสามารถใช้เพื่อแยก Multi User ได้มากสุดถึง 8 คนเลยด้วย ประมาณว่า 8 คนสามารถเข้าใช้งาน Galaxy Tab S ได้ 8 แอคเคาท์แตกต่างกันเพียงแค่ใช้การสแกนลายนิ้วมือเท่านั้นเอง ก็ดูสะดวกและมีประโยชน์มากๆเลยนะ ^0^

ฟีเจอร์ Ultra Power Saving Mode ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตฯหากมีเหตุฉุกเฉินต้องใช้งานแท็ปเล็ตก็มีติดมาด้วยนะ

จากฟีเจอร์เมื่อกี้ ที่บอกว่าสามารถยืดอายุการใช้งานของแบตฯ เผื่อฉุกเฉินจะใช้งานแท็ปเล็ต หลายๆท่านอาจสงสัยว่า แท็ปเล็ตไม่เหมือนสมาร์ทโฟนนี่หน่า ที่ต้องสแตนบายเพื่อรับสายตลอดเผื่อฉุกเฉินแบตฯหมดก็จะแย่เอา กรณีนี้คงต้องยกเว้นให้กับแท็ปเล็ตซีรี่ส์ Galaxy Tab S กันหน่อยเพราะ Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่นนั้นสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ด้วย โดยบน Galaxy Tab S 8.4 นั้นสามารถยกมาแนบหูได้เลย เพราะว่ามีลำโพงสำหรับสนนทนาในตัว ส่วน Tab S 10.5 นั้นไม่มีลำโพงสหรับสนนทนาในตัวถ้าจะใช้โทรศัพท์จริงๆคงต้องเพิ่งหูฟังกันหน่อยล่ะนะ :P 

สำหรับเรื่อง Content เสริมที่มีในประเทศไทย ทาง Samsung บอกว่าจะมีแถมเกม Full-HD จาก Gameloft , ภาพยนตร์ Full-HD 5 เรื่อง และสมาชิก Magazine Online ฟรีเป็นเวลา 3 เดือน รวมมูลค่ากว่า 1,700 บาทเลยทีเดียว

สำหรับรุ่นที่เอามาขายในประเทศไทยเป็นรุ่นความจุ 16 GB นะครับ เหลือใช้จริงประมาณ 10 GB จ้า

มาต่อกันที่เรื่องกล้องถ่ายภาพบน Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่นก็มาพร้อมฮาร์ดแวร์กล้องตัวเดียวกันคือ กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 2.1 ล้านครับ

สำหรับค่าเริ่มต้นจะถูกปรับความละเอียดของภาพนิ่งมาที่ 6 ล้านพิกเซล (จะได้อัตราส่วนของภาพที่ 16:9) ส่วนหากปรับเป็น 8 ล้านพิกเซลจะเป็นอัตราส่วน 4:3 ครับ และสามารถบันทึกวีดีโอได้สูงสุดที่ Full-HD 1080P

อุปกรณ์เสริมสำหรับ Galaxy Tab S 

ทั้ง 2 รุ่นจะมีอุปกรณ์เสริมเป็น Book Cover ที่สามารถเชื่อมต่อกันตัวแม่เหล็กที่อยู่ด้านหลังของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องสวมเข้าไปแต่อย่างใด ดีไซน์เรียบหรูดูดีทีเดียว 

และสามารถปรับระดับได้ 3 แบบ 1.Typing Mode (แบบแรกที่เตี้ยสุด) เหมาะสำหรับการปรับมุมมองลงมาเพื่อใช้ในการพิม 2.Touch Mode เหมาะสำฟรับการท่องเว็บไซต์ อ่าน E-Book ต่างๆ และแบบสุดท้าย Viewing Mode เหมาะสำหรับการดูหนัง หรือจะ Video Call กับเพื่อนๆก็สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องคอยมาจับเครื่องละ  

สรุปหลังจากได้สัมผัสตัวเครื่องคร่าวๆของ Galaxy Tab S

  • หน้าจอให้สีสันที่สวยสดสุดๆ ความคมชัดนี่ระดับโลกเลย !! *0*
  • สำหรับตัว Galaxy Tab S 10.5 หน้าจอใหญ่เต็มตา ถ้าเอามาดูหนัง อ่านพวกไฟล์ E-Book , การ์ตูน คงจะฟินสุดๆ
  • ส่วนตัว Galaxy Tab 8.4 เน้นการพกพาที่สามารถจับถือได้ด้วยมือเดียว หยิบจับถนัดมือมาก
  • น้ำหนักตัวเครื่องที่เบา และบาง ถือว่าทำได้น่าประทับใจมาก (ทั้ง 2 รุ่นเลย)
  • ดีไซน์ที่ดูหรูหรามากขึ้น โดยเฉพาะขอบเครื่องสีทองนี่ สวยจริงๆ
  • ฟีเจอร์ใหม่ๆจาก Galaxy S5 ก็มีมาให้เช่น Ultra Power Saving Mode 
  • Magazine UI ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ลื่นไหลสุดๆ

ทั้งนี้ Samsung Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่นจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ในรุ่น 4G LTE ราคา 16,900 บาท สำหรับรุ่น 8.4 นิ้ว และ 19,900 บาท สำหรับรุ่น 10.5 นิ้ว 

ส่วนอุปกรณ์เสริมอย่าง Book Cover ก็ราคาตามภาพด้านบน คือ 1,890 บาท สำหรับรุ่น 8.4 นิ้ว และ 2,190 บาท สำหรับรุ่น 10.5 นิ้วครับ

ก่อนจะจากไปวันนี้ของลากันไปด้วยภาพเปรียบเทียบกับแท็ปเล็ตคู่แข่งสักหน่อย :P

เอาเป็นว่าพรีวิวคร่าวๆไว้พอหอมปาก หอมคอกันเท่านี้แล้วกันครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวฉบับเต็มครับ ^^"

 

บทความโดย : เฮียแม๊พ TechXcite