Review : ViVO X5 สมาร์ทโฟนดีไซน์เพรียวบาง หนักแน่นด้วยขุมพลัง Octa-Core 64-Bit !!

เฮียแม็พ | 12 ม.ค. 2558 16:51:22 (อัพเดต 15 ม.ค. 2558 15:39:09)

62882

VIEWS เฮียแม็พ

Review : ViVO X5 สมาร์ทโฟนดีไซน์เพรียวบาง หนักแน่นด้วยขุมพลัง
Octa-Core 64-Bit !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่านอีกครั้งครับ กลับมาพบกับรีวิวอุปกรณ์ไอทีใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังเสียงและคุณภาพกล้องอย่าง ViVO X5 และแน่นอนว่าตัวนี้ก็มาพร้อมกับจุดเด่นเรื่องเสียงและกล้องเทพเหมือนเช่นเคย และยังมาพร้อมกับวัสดุแข็งแกร่งอย่างโลหะอีกด้วย เรามาดูความน่าสนใจของเจ้าตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง

เริ่มด้วยการแกะกล่องกันก่อนเลย ตัวกล่องก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ ViVO เช่นเคย คือบอกชื่อรุ่นตัวใหญ่ๆอยู่บนหน้ากล่องสีขาวเรียบง่าย ซึ่งรุ่นนี้ก็คือ X5 นั่นเอง

ด้านหลังกล่องก็จะมีบอกรายละเอียดสเปคคร่าวๆและสีของเจ้า X5 อยู่

เปิดตัวกล่องออกมาชั้นแรกก็จะพบกับตัวเครื่อง ViVO X5 นอนนิ่งๆอยู่

ส่วนอุปกรณ์เสริมภายในกล่องก็จะอยู่อีกชั้นหนึ่งโดยเราต้องดึงออกมาจากด้านข้าง

ภายในก็จะมีอุปกรณ์เสริมมาตรฐานอย่าง คู่มือการใช้งาน , เข็มจิ้มซิม , หูฟัง , อแดปเตอร์ชาร์จไฟ , สาย Micro-USB ผมชอบการออกแบบกล่องของรุ่นนี้มากๆเลยนะ เพราะจัดวางมาเป็นระเบียบได้อย่างดี ดูไม่รกจนเกินไป

โดยหูฟังของรุ่นนี้จะเป็นแบบ In-Ear รุ่น XE600i ครับ

การดีไซน์ตัวเครื่อง

ดูอุปกรณ์คร่าวๆไปหมดละ มาดูตัวเครื่องกันบ้าง การดีไซน์โดยรวมก็ยังคงมีความเป็น ViVO ไม่น้อย ซึ่งจากดีไซน์ด้านหน้าจะเห็นได้ว่ามีความคล้ายคลึงกับรุ่นก่อนของทาง ViVO ไม่น้อย และจะเน้นไปที่ตัวขอบบอดี้โลหะแข็งแกร่ง

ตัวเครื่องนั้นก็ถือว่ามีขนาดและสัดส่วนกำลังพอดีมือ โดยมีสัดส่วนของตัวเครื่องอยู่ที่ 143.3 × 71.1 × 6.3 มม. บางเพียง 6.3 มม. และหนักเพียง 141 กรัม เท่านั้น

ViVO X5 นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้วความละเอียด HD (720x1280 พิกเซล) ส่วนการแสดงผลก็ถือว่าคมชัดดีใช้ได้ ถึงแม้จะไม่ได้คมกริบแบบพวก Full HD ก็ตาม

ด้านบนของหน้าจอก็จะมีโลโก้ ViVO อยู่มุมซ้าย , เซ็นเซอร์วัดแสง เซ็นเซอร์วัดระยะ , ลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และไฟ LED อยู่มุมขวาบนสุด

ด้านล่างของหน้าจอก็จะมี 3 ปุ่มสัมผัสมาตรฐานของ Android อย่าง ปุ่ม Menu , ปุ่ม Home และปุ่ม Back

กรอบรอบๆตัวเครื่องก็จะใช้วัสดุโลหะทั้งหมด คล้ายๆกับบน ViVO XShot เริ่มจากฝั่งซ้ายมือจะมีช่องใส่ซิมการ์ดที่สามารถใช้เป็นช่องใส่ซิมการ์ด 2 ซิม หรือว่าเลือกเป็น 1 ซิมกับอีก 1 Micro-SD การ์ด (รองรับสูงสุด 128 GB) ก็ได้ครับ

ส่วนด้านขวาจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ด้านล่างของตัวเครื่องมีพอร์ท Micro-USB และไมโครโฟนหลักสำหรับสนทนา

ส่วนด้านบนก็จะมีพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

มาดูต่อกันที่ด้านหลังกัน ViVO X5 ติดกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลมาให้ พร้อมไฟแฟลช LED หนึ่งตัว

และลำโพงหลังของตัวเครื่องอยู่ตรงบริเวณด้านหลังนี้ เรื่องเสียงก็แน่นอนครับยอดเยี่ยมเหมือนเคย

สเปค ViVO X5
มาต่อกันที่สเปคภายในของ ViVO X5 กันบ้าง โดยจะมาพร้อมกับสเปคดังนี้

  • หน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD (720x1280 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 615 Octa-Core 1.5 GHz (64-Bit)
  • ชิปเซ็ตกราฟิก Adreno 405 GPU
  • แรม 2 GB
  • ความจุภายใน 16 GB
  • แบตเตอรี่ 2250 mAh
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล

ในเรื่องของการเชื่อมต่อเจ้า X5 นั้นก็รองรับ 3G ทุกคลื่นความถี่ในไทยไม่ว่าจะเป็น 850/900/2100 MHz และ 4G LTE ก็รองรับด้วยเช่นกันกับคลื่น 1800/2100/2600 MHz (ใช้ของ True และ dtac ได้) หรือจะเป็น USB OTG ก็รองรับได้ด้วยนะ แต่น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่ได้ติด NFC มาให้ด้วย - -"

ระบบปฏิบัติการและการใช้งานเบื้องต้น

ViVO X5 มาพร้อมกับ Android 4.4 Kitkat แต่มีการครอบ UI เข้ามา (คล้ายๆ ColorOS ของ OPPO) โดยจะใช้ชื่อเรียกว่า Funtouch OS 2.0 ซึ่งความสามารถด้านการปรับแต่งต่างๆก็มีมากมาย หรือว่าจะเป็นคำสั่งด้วยท่าทาง (Gesture) ก็เช่นกันครับ

หน้าตาคร่าวๆของ Funtouch OS 2.0 ก็จะประมาณนี้เน้นโทนสีที่จัดจ้าน ให้ความรู้สึกสดใสและสนุกสนาน ซึ่งตัวแอปทั้งหมดจะถูกโชว์บนหน้านี้ทั้งหมด ไม่มีหน้า App Drawer

ส่วนแถบ Notification Bar ด้านบนก็จะมีแบ่งเป็นหมวดๆชัดเจน แล้วไม่มี Toggle Switch ด้านบนเหรอ? คำตอบคือมีฮะ แต่ว่าจะถูกย้ายมาอยู่ด้านล่างแทนคล้ายๆกับใน iOS 8 ของ iPhone นั่นแหละ โดยเราสามารถปาดนิ้วขึ้นมาจากด้านล่างหน้าจอ หรือว่าจะกดปุ่ม Home ค้างไว้แบบกด Recent Apps ก็ได้ เพราะว่าในส่วนนี้จะเป็นการรวมเอา Recent Apps , ตัวปรับแสงหน้า และพวก Toggle Switch อยู่ด้วยกันครับ

ส่วนแรมก็เหลือใช้ประมาณ 900MB - 1.2GB ครับ

อย่างที่บอกว่ามีการปรับแต่งหน้าตาให้เลือกมากมายทั้ง Theme , Wallpaper หรือแม้แต่พวก Lock Screen

ฟีเจอร์การสั่งงานด้วยท่าทาง (Gesture & Motion)

อย่างที่บอกไปว่า Funtouch OS นั้นนอกจากความสามารถในการปรับแต่งหน้าตา UI แล้ว ยังมีความสามารถด้าน Gesture ต่างด้วย โดยเราสามารถเข้าไปเลือกตั้งค่าได้ใน Settings > Smart Motion เลยครับ

ภายในนี้ก็จะมีคำสั่งให้เลือกปรับมากมาย อย่าง Smart Wake ที่ให้เราสามารถปลุกหน้าจอของเราได้โดยไม่ต้องกดปุ่ม Power เลย อาทิ Black Screen Glance (ปาดมือผ่านเซ็นเซอร์ Proximity Sensor ด้านบนเพื่อปลุกหน้าดูสถานะมือถือ หรือการแจ้งเตือนนิดหน่อย) , Sliding upward to unlock (ปาดนิ้วขึ้นเพื่อปลดล็อค) , Sliding downward to Take a photo (ปาดนิ้วลงเพื่อเข้าโหมดกล้อง) หรือจะวาดตัวอักษรต่างๆเพื่อเข้าสู่แอปอื่นๆเป็นต้น

Air Operation อันนี้ก็คล้ายๆกับ Black Screen Gesture ใช้การปาดมือผ่านเซนเซอร์ Proximity Sensor เพื่อปลดล็อคเครื่อง , ใช้ปาดมือเหนือหน้าจอเพื่อเลื่อนรูปภาพในอัลบั้ม หรือเลื่อนหน้าจอใน Home Screen ประมาณนั้นครับ

Smart Light อันนี้ก็เก๋ไม่แพ้กันคือการใช้ตัว Light Sensor ในการทำงาน อาทิ หน้าจอจะติดขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อหยิบออกมาจากกระเป๋าและดับอัตโนมัติเมื่อใส่เข้ากระเป๋า , เคาะหน้าจอเพื่อปลุกหน้าจอ (คล้ายๆ Knock On ของ LG) และ Smart keep bright ตัวเครื่องจะใช้กล้องหน้าจับดวงตาเราเพื่อความควบแสงขณะที่มองหน้าจออยู่) 

Smart Call อันนี้จะเป็นการใช้การวัดระยะจาก Proximity Sensor ให้เราได้ใช้งานการโทรง่ายขึ้น อาทิ Smart Call (โทรออกได้ด้วยการยกโทรศัพท์มาแนบหู) , Smart Answer (รับสายโดยการเอาโทรศัพท์มาแนบหู ไม่ต้องกดปุ่มใดๆ) , Smart Switch (ตัวเครื่องจะปรับเป็นโหมด Speaker Phone อัตโนมัติเมื่อเวลาคุยแล้วเอาโทรศัพท์ออกห่างหู) , Smart Mute (ใช้ฝ่ามือปิดไปตรง Proximity Sensor เพื่อปิดเสียงเรียกเข้า) และ Wave to Hand Free (ใช้การปาดมือผ่านหน้าจอเพื่อรับสาย)

Shake to turn on the Flashlight เขย่าเครื่องตอน Lockscreen หรือหน้า Homescreen เพื่อเปิดไฟฉาย

โดยรวมถือว่า Funtouch OS 2.0 นั้นมีลูกเล่นให้เลือกปรับเลือกใช้อยู่เยอะพอสมควรเลย แต่ขอตินิดหนึ่งในเรื่องของหน้า Settings ที่ยังคงเข้าถึงยาก ใช้ในช่วงแรกๆอาจจะงง ว่าบางการตั้งค่ามันอยู่ตรงไหน เนื้องจากในหน้า Settings ก็มีการปรับแต่งใหม่หมด (ไม่เหมือนกับ Android เวอร์ชั่นปกติ)

ประสิทธิภาพของ ViVO X5

มาดูในเรื่องของประสิทธิภาพกันบ้าง เจ้า X5 นั้นมาพร้อมกับชิปเซ็ต Octa-Core 64-Bit ตัวใหม่จากทาง Qualcomm อย่าง Snapdragon 615 ที่มีความเร็วอยูที่ 1.5 GHz แรมให้มาอีก 2 GB เราก็เลยจับมาทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอปยอดนิยมอย่าง AnTuTu Benchmark ดูหน่อย ผลคะแนนก็ออกมาเยอะทีเดียวที่ 31156 คะแนน ครับ

ความบันเทิงบน ViVO X5

มาถึงจุดเด่นของเจ้า X5 กันแล้ว อย่างที่เคยบอกๆกันไว้ว่า แบรนด์นี้เขาขึ้นชื่อเรื่องความบันเทิงและคุณภาพเสียงอยู่แล้ว โดยเจ้าตัวนี้ก็มาพร้อมกับชิปเสียง DAC CS4398 พร้อมแอมป์ MAX97220 ที่จะให้คุณภาพเสียงที่ได้ยอดเยี่ยมมากๆระดับ Hi-Fi คมชัดทุกรายละเอียด

ในส่วนของการปรับแต่งเสียงในเครื่องเล่นเพลงก็มีให้เลือกให้เหมาะกับหูฟังที่ใช้ด้วยนา

อีกทั้งเจ้า X5 นั้นยังมาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ซึ่งถือว่ากำลังมีขนาดพอดีกับสมาร์ทโฟนยุคนี้เลย จะดูไฟล์วีดีโอผ่าน Youtube สั้นๆก็โอเค หรือว่าจะดูเป็นหนังใหญ่ทั้งเรื่องก็ทำได้ดีทีเดียวล่ะ

การเล่นเกมบน ViVO X5

ว่าด้วยเรื่องความบันเทิงอย่างฟังเพลง ดูหนังไปแล้ว ก็ถึงคราวของการเล่นเกมบ้างล่ะ จากที่ทดสอบประสิทธิภาพเครื่องผ่านแอป AnTuTu Benchmark ไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคราวมาลงสนามจริง จับมาทดสอบเกมกราฟฟิกหนักๆอย่าง Asphalt 8 , Marvel Contest of Champions , Spider-man Unlimited , Monster Dash , Fruit Ninja ดูกันหน่อย

ผลก็ปรากฏว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว กราฟฟิกภายในเกมนั้นแสดงได้อย่างครบถ้วน การเล่นก็ลื่นไหลอยู่ในเกณฑ์ดี

กล้องถ่ายภาพบน ViVO X5

มาถึงเรื่องเด่นอีกข้อของ ViVO X5 กันบ้างกับเรื่องกล้องถ่ายภาพ ที่เจ้าตัวนี้ติดกล้องหลังมาที่ 13 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ของ Sony Stack CMOS ที่มาพร้อม f/stop 2.0 อีกด้วย

ในเรื่องของ UI กล้องก็ออกแบบมาเรียบๆ มีโหมดให้เลือกปรับพอประมาณ อาทิ Normal , Face Beauty , Micro video (อัดเป็นคลิปสั้นๆอารมณ์ประมาณ Vine หรือ Instagram) , HDR , Sports , Night , Panorama , Pose , Auto Scene , Bokeh , PPT และ Children

ระบบโฟกัสถือว่าน่าสนใจทีเดียว แตะโฟกัสเร็วใช้ได้ แถมมีระบบโฟกัสแยกกับวัดแสงด้วย เพียงแค่แตะที่หน้าจอค้างไว้สักครู่ ก็จะมีไอคอนรูปพระอาทิตย์ออกมาให้เราเลือกปรับแสงได้ครับ

และหากเพื่อนๆที่เคยติดตามตอน ViVO XShot ที่มาพร้อมกับความสามารถ Pro Mode ที่ให้เราสามารถปรับตั้งค่าของกล้องได้มากกว่าอีกขั้น บนเจ้า X5 ก็มีให้เลือกใช้เช่นกัน โดยการเข้าโหมดนี้ไม่ต้องไปหาในปุ่ม Mode นะครับ แต่ให้ใช้การเลื่อนไอคอนชัตเตอร์มาทางซ้ายมือ แล้วตัวแอปจะทำการพาท่านมาสู่โหมดนี้เอง

เอาเป็นว่าลองไปชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลกันดูดีกว่าฮะ :D

โดยรวมถือว่าคุณภาพกล้องถ่ายภาพนั้นยังทำได้ดีเช่นเคย เรื่องความสดของภาพก็ถือว่ากำลังดี ส่วนความคมชัดต่างๆก็จัดว่ายอดเยี่ยมเลยล่ะ 

ส่วนการถ่ายภาพเซลฟี่กับกล้องหน้านั้นก็คงจะถูกใจสาวๆ เพราะมาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และโหมด Beauty เอาใจสาวๆให้หน้าเนียนๆกันไปข้างหนึ่ง

ซึ่งกล้องหน้าบนเจ้า X5 นั้นก็สามารถปรับระดับความเนียนของหน้าจากระดับ 1-10 ได้เลยด้วย อยากหน้าสวยหน้าเรียว ตาโตกันเท่าไหร่ก็เต็มทีเลยครับ :P

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า

การใช้งานแบตเตอรี่ของ ViVO X5

ปิดท้ายด้วยเรื่องของการใช้งานแบตเตอรี่ของเจ้า X5 กันบ้าง ViVO X5 ให้แบตเตอรี่มาที่ 2250 mAh ซึ่งก็ถือว่าพอใช้งานได้ตลอดทั้งวันล่ะครับ แต่อาจจะไม่ได้อึดจนเกินไปหากเล่นเกมหนักๆต่อเนื่อง ส่วนในเรื่องของความร้อนก็พอจะพบได้บ้างหากเล่นอะไรหนักๆ เพราะด้วยด้านหลังของตัวเครื่องและกรอบที่เป็นโลหะครับ

สรุปผลการทดสอบ ViVO X5

สรุปแล้ว ViVO X5 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว ด้วยบอดี้และวัสดุที่ดูดีและบางเพียง 6.3 มม.เท่านั้น แถมในเรื่องของสเปคก็ตามสมัยนิยมคือมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 615 Octa-Core แบบ 64-Bit อีกทั้งจุดเด่นหลักๆของแบรนด์ ViVO นั้นก็ยังยอดเยี่ยมอย่างเรื่องของพลังเสียงที่มาพร้อมกับระบบเสียง Hi-Fi และกล้องหน้าและหลังที่คุณภาพเยี่ยมอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนในราคาหมื่นต้นๆ แล้วความสามารถในงานใช้งานครบถ้วนจริงๆครับ 

สำหรับราคาเปิดตัวของ ViVO X5 ก็อยู่ที่ 12,990 บาท

คู่แข่งในตลาด

แน่นอนว่าด้วยราคาเปิดตัวมาขนาดนี้ก็มีคู่แข่งในตลาดอยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ดังอย่าง Samsung Galaxy A5 ที่มีจุดเด่นคล้ายๆกันอย่างบอดี้โลหะสวยงาม เน้นกล้องหน้าในการถ่ายภาพ เป็นต้น หรือจะเป็นมือถือสวยๆจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ Lenovo Vibe X2 ที่เปิดราคามาใกล้ๆกัน หรือว่าจะเป็นเพื่อนร่วมสัญชาติอย่าง OPPO R5 สมาร์ทโฟนที่บางที่สุด(ที่มีวางจำหน่ายตอนนี้่) อีกตัว แต่ราคาอาจจะต่างกันนิดหน่อย ก็เอาเป็นว่าลองไปสัมผัสตัวจริงประกอบการตัดสินใจกันอีกทีล่ะครับ :D

จุดเด่น

  • บอดี้โลหะสวยงามและบางเพียง 6.3 มม.
  • คุณภาพกล้องหน้าและหลังดีเยี่ยม
  • พลังเสียง Hi-Fi ทรงพลัง
  • รองรับ 4G LTE หรือจะใช้เป็นแบบ 2 ซิมก็ได้
  • Funtouch OS 2.0 ทำงานลื่นไหล

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับ NFC

เช็คสเปค ViVO X5 ได้ที่นี่

เช็คสเปคมือถือ ViVO รุ่นอื่นได้ที่ >> Catalog

เช็คสเปคมือถือ เปรียบเทียบมือถือ รุ่นอื่นๆได้ที่ >> Catalog

 

บทความโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite