เมื่อการสแกนลายนิ้วเข้ามามีผลกับทุกอย่างแม้แต่กับ Google ?

MXcite | 13 ส.ค. 2562 15:15:52 (อัพเดต 14 ส.ค. 2562 11:11:28)

652

VIEWS MXcite

เมื่อการสแกนลายนิ้วเข้ามามีผลกับทุกอย่างแม้แต่กับ Google ?

ปัญหาของการ Login ID แบบปกติคือเราต้องจำได้ว่า ID แต่ละ Account ของเราคืออะไรซึ่งแยกออกมาได้ 2 แบบคือเราจะเลือกที่จะใช้ ID และ Password ที่ต่างกันตามเว็บไซต์ซึ่งวิธีนี้มีความปลอดภัยแต่ว่าหากเรามี ID มากเกินไปก็ยากที่จะจำได้หมดและการจดก็มีอันตรายหากใบบันทึกหลุดหายไปหรืออีกทางคือใช้ ID แบบเดียวกันทุกเว็บไซต์ซึ่งปัญหาที่ต้องจำหลาย ID ก็หมดไปแต่ความเสี่ยงหากมีใครนอกจากเรารู้รหัสเท่ากับเราเสียความปลอดภัยทุกอย่างทันที

ซึ่งหลายๆผู้ให้บริการนำระบบ แสกนลายนิ้วมือ มาใช้เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหัวข้อความสะดวกที่เราไม่ต้องจำ ID เพราะเราแค่เอานิ้วไปแตะก็ใช้งานได้และยังปลอดภัยตรงเราไม่ต้องกลัวใครแอบดู และ Google ก็ไม่มองข้ามเรื่องนี้ด้วย

ในตอนนี้ Google นั้นมีแผนการที่จะนำระบบตรวจลายนิ้วมือมาใช้ในการ Login ผ่านสมาร์ทโฟน Android โดยรุ่นแรกที่จะใช้คือ Pixel ซึ่งเป็นของ Google แล้วตามด้วยโทรศัพท์รุ่นอื่นๆ

Dongjing He และ Christian Brand กล่าวเพิ่มว่า ”นี้จะเป็นก้าวใหม่ของการรักษาความปลอดภัยและการใช้งานที่สะดวกกับทุกคน” และการใช้งานของระบบตรวจลายนิ้วมือจะยังนำไปใช้ในบริการอื่นๆนอกจากการการ Login Account ด้วยซึ่งรวมทั้ง Outlook , Skype , OneDrive , Xbox Live เป็นต้น

บางทีนี่อาจเป็นสัญญาของการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยในการ Login หรืออะไรก็ตามที่ต้องใช้การยืนยันตัวตนผ่านลายนิ้วมือหรือใบหน้า แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้มีคนมากล่าวถึงการใช้งานระบบเหล่านี้ยังมีปัญหาที่ไม่อาจมองข้ามได้ เช่นการใช้ลายนิ้วมือและการจดจำใบหน้าเป็น "การยืนยันครั้งเดียว" หมายถึง แม้ลายมือของมนุษย์แต่ละคนจะแตกต่างกันมีได้แค่คนละแบบ แต่นั้นก็หมายความว่าหากผู้ใช้งานเป็นแผลตรงนิ้วต่อให้เป็นแค่แผลเล็กๆแต่ระบบก็อาจไม่ยอมรับแล้วเช่นเดียวกับกรณีใบหน้าแล้วยังมีปัญหาอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็นอันตรายเวลาเราไปจับของแล้วจะทิ้งรอยนิ้วมือไว้ หรือใบหน้าต้องใช้เวลาสแกนและวุ่นวายเพราะใบหน้าผู้ใช้อาจไม่ผ่านหากวันนั้น ง่วง หิว แล้วหน้าตาเปลี่ยนไปตอนสแกน

สำหรับเครื่อง Device ที่มีการสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า อาจไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่สำหรับ Cloud นี่เป็นสิ่งใหม่ที่ผู้บริการอย่างเราต้องดูว่าจะเข้ามาแทนที่ระบบ ID แบบที่เราใช้ในปัจจุบันหรือไม่อย่างไร

ที่มา : cnet