ไต้หวัน ก็ไม่เห็นด้วย! กดดันรัฐบาลให้หยุดใช้ ZOOM หวั่นโดนแทรกแซงข้อมูลจากจีน

กู๊ดดรีม | 9 เม.ย. 2563 12:43:25

2182

VIEWS กู๊ดดรีม

ไต้หวัน ก็ไม่เห็นด้วย! กดดันรัฐบาลให้หยุดใช้ ZOOM หวั่นโดนแทรกแซงข้อมูลจากจีน

ไต้หวัน ก็ไม่เห็นด้วย! กดดันรัฐบาลให้หยุดใช้ ZOOM หวั่นโดนแทรกแซงข้อมูลจากจีน

เป็นโปรแกรมสนทนาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนี้สำหรับ ZOOM จากสภาวะของการ Work From Home ซึ่งทำให้ผู้คนเลือกใช้งานโปรแกรมนี้เพื่อการประชุมงาน พรีเซนต์งานต่างๆ มีฟีเจอร์หลากหลาย สามารถแชร์หน้าจอสกรีนเพื่ออธิบายได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

แต่ล่าสุดกลับมีผลวิจัยที่ออกมาเปิดเผยถึงความปลอดภัยของการใช้ ZOOM ที่สามารถเจาะรหัสเข้าห้องได้อย่างง่ายดาย และออกมาเตือนเรื่องความปลอดภัยในการเข้าถึงห้องประชุม ZOOM

เครื่องมือนักวิจัยสามารถค้นหาไอดี ZOOM ได้ 100 รหัสต่อชั่วโมง เป็นเหตุผลที่ทำไมเราควรใส่รหัสในห้องประชุม

นอกจากนี้ยังมีรายงานร้องเรียนปัญหาเรื่องความปลอดภัยของ ZOOM เป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศไต้หวันก็เป็นหนึ่งในนั้น พร้อมกดดันให้รัฐบาลหยุดการใช้งาน ZOOM ด้วย

โดยก่อนหน้านี้ในสหรัฐอเมริกา ZOOM ได้เจอปัญหาของการพยายามแทรกซึมเซสชันวิดีโอของผู้คน ในขณะที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยก็ได้เปิดเผยช่องโหว่ในโปรแกรม ZOOM ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เพื่อการแฮกผู้ใช้งานได้

นอกจากนี้ Citizen Lab ยังมีการตีพิมพ์รายงานที่ว่าบางครั้ง Zoom จะเก็บคีย์การเข้ารหัสไปยังเซสชันวิดีโอในเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในประเทศจีน ซึ่งรวมกับไต้หวัน ตามหลักการแล้วคีย์เข้ารหัสควรเก็บไว้ในสมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อปของผู้ใช้งานซึ่งสามารถป้องกันข้อมูลจากผู้ให้บริการหรือการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการถอดรหัสข้อความได้ แต่ในกรณีของ Zoom นอกจากการแอบเก็บคีย์เข้ารหัสไว้กับเซสชั่นตัวเองแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงการควบคุมที่อาจเกิดขึ้นจากรัฐบาลจีนซึ่งมีอำนาจในการยึดเซิร์ฟเวอร์ในปักกิ่ง

แต่ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าผู้ใช้ชาวไต้หวันได้รับผลกระทบจากการเข้ารหัสที่ส่งไปยังจีนหรือไม่ เพียงสันนิษฐานถึงความเป็นไปได้เนื่องจากเกาะไต้หวันอยู่ใกล้กับจีนแผ่นดินใหญ่

จะเห็นว่าในช่วงนี้เริ่มมีความกังวลกับการใช้งาน ZOOM มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานที่เป็นความลับ จึงสร้างความเป็นกังวลกับผู้ใช้งาน เมื่อมีข้อสงสัยนี้ออกมาแล้วก็เป็นเรื่องของ ZOOM ที่ต้องมาชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจ คลายกังวลกับผู้ใช้งาน ซึ่งถ้ามีรายงานอะไรเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เราจะนำมารายงานกันต่อไป

Source: Mashable