รีวิว Samsung Galaxy Tab Active3 | อึดถึกทน รถชนก็ไม่ตาย!?

นายเป้ไงจะใครล่ะ | 16 มี.ค. 2564 14:35:31

12167

VIEWS นายเป้ไงจะใครล่ะ

รีวิว Samsung Galaxy Tab Active3 | อึดถึกทน รถชนก็ไม่ตาย!?

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่านด้วยนะครับ อยู่กับนายเป้คนดีคนเดิม เพิ่มเติมก็คือวันนี้เราจะมารีวิว Samsung Galaxy Tab Active3 กัน! ปรบมือ!! วู้ววว

แรกสัมผัส

Samsung Galaxy Tab Active3 จัดว่าเป็นแท็ปเล็ตพันธุ์อึด เรียกได้ว่าอึดถึกและทน โดนรถชนก็ไม่ตาย!? ขุ่นพระ ..เกริ่นมาซะขนาดนี้แล้ว มันจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันเชียว นับถอยหลัง 3..2..1 แล้วไปชมกันเลยครับ!

สเปค Galaxy Tab Active3

  • หน้าจอแสดงผลแบบ TFT 8 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920 x 1200 พิกเซล) อัตราส่วน 16:10
  • CPU : Exynos 9810 Octa-core ความเร็ว 2.7GHz
  • GPU : Mali-G72 MP18
  • RAM : 4 GB
  • Storage : 64 GB รองรับการ์ด MicroSD สูงสุด 1 TB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 (One UI 2.5)
  • กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับปากกา S-Pen
  • รองรับซิมการ์ดแบบ NanoSIM 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0 และ NFC
  • แบตเตอรี่ความจุ 5,050 mAh รองรับ Fast Charge 15W (พอร์ต USB Type-C)
  • กันกระแทกตามมาตรฐาน Military Standard ที่ระดับความสูง 1.5 เมตร
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • ขนาดตัวเครื่อง : 126.8 x 213.8 x 9.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 430 กรัม

ภายในกล่อง

เมื่อเราแกะกล่อง Samsung Galaxy Tab Active3 ออกมา จะพบกับอุปกรณ์ทั้ง 6 ชิ้นดังนี้

  • ตัวเครื่อง Tab Active3
  • แบตเตอรี่
  • อะแดปเตอร์จ่ายไฟ 15W
  • สายชาร์จ USB Type A to Type C
  • เคสพร้อม S-Pen
  • คู่มือการใช้งานและใบประกัน
ภายในกล่อง

มาเริ่มกันที่เรื่องดีไซน์

Galaxy Tab Active3 นั้นจัดว่าเป็น Tablet ตระกูลแข็งแกร่ง อึดถึกและทน เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นเค้าก็จะไม่ได้เน้นในเรื่องของความเพรียวบาง ความเบาอะไรแบบนั้นครับ

ไม่เน้นบาง เน้นลุย!

การออกแบบของตระกูล Active ก็จะเป็นอย่างที่เราได้เห็นกันเลย ก็คือจะมีความท้วมใหญ่ มีขอบมุมเครื่องที่เสริมเข้ามาหนากว่า Tablet ทั่วไป จุดประสงค์เพื่อกันการตกหล่นกระแทกนั่นเองครับ!

ตัวเครื่องมีมุมที่หนาเสริมเข้ามา

แอบมาดูที่ดีไซน์รอบตัวเครื่องกันนิดนึงแล้วกันก่อนจะไปต่อ Tab Active3 นั้นจะมีปุ่ม Physical Button มาครับ หรือก็คือปุ่มกดนั่นแหละ จะมีในส่วนของปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home (มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว และปุ่ม Back ก็มองถึงการใช้งานในอุตสาหกรรมอะไรแบบนี้ มีปุ่มพวกนี้ก็จะใช้งานได้สะดวกไม่น้อยเลยครับ

ปุ่ม Recent Apps (ซ้าย) ปุ่มโฮม (กลาง) และปุ่ม Back (ขวา)
เป็นสแกนลายนิ้วมือในตัวด้วยนะ!

แถมด้านข้างตัวเครื่องเนี่ยเค้าก็จะมีปุ่ม Active Key มาให้ด้วย โดยที่เราสามารถปรับได้ว่าเราจะตั้งค่าให้ปุ่มด้านข้างนี้เป็นปุ่มอะไร อาจจะตั้งเป็นแอปสแกน QR Code ขององค์กรเพื่อสแกนสินค้า เช็คสต๊อกหรืออะไรก็ว่าไป สามารถทำได้ครับ

ปุ่ม Active Key สีส้มเด่นเป็นสง่า

และฝาหลังของเค้าที่สามารถแกะออกมาเพื่อใส่แบตเตอรี่เข้าไปได้ อันนี้ถือว่าสะดวกในงานทำงานครับ แบตหมดหรอ? ก็แค่ถอดฝาหลังและใส่ก้อนสำรองลงไป ฟีลลิ่งแบบเปลี่ยนแบตกล้องเลยครับ ถือว่าตอบโจทย์ในงานภาคอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน!

เปลี่ยนแบตได้ทันใจ!

ยัง ...ยังไม่หมดแค่นี้ Tab Active3 มีเคสมาให้ในกล่องเลย จะรอช้าอยู่ใย? ใส่เคสสิครับ โดยทื่เคสนี้จะมีลักษณะที่ใหญ่และหนา เพื่อป้องกันการตกกระแทกอย่างสมบูรณ์แบบ ปกป้องอย่างมั่นใจ ใส่เคสสิครับ :D โดยที่เคสนี้จะมีลวดลายเป็นแบบเคฟลาร์ ให้สัมผัสที่ดุดัน แข็งแกร่ง แต่ก็จะมีความยืดหยุ่นพอสมควรเลยล่ะ โดยขอบก็จะหนาขึ้นมาจากตัวเครื่องอีกเล็กน้อย เวลาหน้าจอตกลงพื้นก็จะไม่ได้โดนเต็มๆ ถือว่าช่วยเซฟได้ระดับนึงเลยครับ และด้านบนของตัวเคสจะมีช่องสำหรับเสียบ S Pen เก็บไว้ได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเก็บปากกาที่ไหน มีให้ในตัวเคสเลย!

เคสและ S-Pen

ทีนี้พอตัวเคสรวมร่างกับตัว Tablet แล้วเนี่ย ก็จะมีความใหญ่โตกว่าเดิมพอสมควรเลย อันนี้ก็ต้องทำใจนิดนึงครับ เพราะว่ายังไงก็ตาม ปกป้องสองชั้น ..มั่นใจกว่า! แต่ดันแปลกที่ ถึงพอจะรวมกันแล้ว น้ำหนักก็ถือว่าไม่ได้มากได้มาย ถือใช้งานมือเดียวคือสบายๆ เลยครับ น้ำหนักรวมๆ กันไม่ถึง 500 กรัมเท่านั้น

ใช้งานมือเดียวสบาย (แต่ลำบากตอนต้องถือกล้องถ่ายนี่แหละ :p)

หน้าจอ

Galaxy Tab Active3 มาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 8 นิ้ว ความละเอียดที่ 1920 x 1200 พิกเซลอัตราส่วน 16:10 หลายคนที่อ่านมาถึงจุดนี้อาจจะแบบว่า เอ๊ะ จอ TFT อย่างงั้นเหรอ!? ต้องบอกอย่างนี้ครับ จากการใช้งานมาเนี่ย ถึงจะเป็นจอ TFT ก็จริงแต่การแสดงผล เท่าที่รู้สึกคือ ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยยะเมื่อเทียบกับจอชนิดอื่นๆ เลย คือการแสดงผลทำได้ค่อนข้างดีมากๆ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าเป็นจอ TFT ส่วนการสู้แสงทำได้ดีในระดับนึงครับ แต่ถ้าเจอแสงตอนเที่ยงวัน มันช่างจ้าซะเหลือเกิน ...ก็อาจจะไม่ไหวเหมือนกันแฮะ

สีสดงดงาม เสพคอนเทนต์สบายเลย

ฟีเจอร์การใช้งาน Tab Active3

S-Pen ก็มีมาให้นะ!

ฟังก์ชั่นหลักๆ ของ S-Pen ที่มาพร้อมกับ Tab Active3 นี้ก็ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับสายทำงานอย่างแน่นอน สามารถจดขีดๆ เขียนๆ ได้ดี การตอบสนองค่อนข้างไวเลยทีเดียวครับ ทั้งนี้ยังสามารถใช้ S-Pen ตอนหน้าจอเปียกน้ำได้อีกด้วย ถือว่าทำออกมาได้ดีมากครับ!

มี S-Pen มาให้เลย

หรือถ้าเราเป็นคนที่ไม่ถนัดพิมพ์ ถ้าสามารถใช้ฟีเจอร์เปลี่ยนลายมือเราให้เป็นตัวอักษรก็ทำได้ครับ การจับตัวอักษรอะไรก็คือทำออกมาได้ดี ไม่ได้มีผิดเพี้ยนแต่ประการใดครับในส่วนนี้ เวรี่กู้ด!

ปากกาทำงานได้ลื่นไหล
แปลงเป็นข้อความก็ทำได้!

ใส่ถุงมือใช้งานก็ได้!

Tab Active3 นี้เราสามารถที่จะปรับค่าความไวในการสัมผัส (Sensitivity) เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับถุงมือได้ด้วย

ใส่ถุงมือก็เลื่อนจอได้สบายมาก!

โดยสามารถเข้าไปปรับตั้งค่านี้ได้ที่ การตั้งค่า > หน้าจอ > ความไวการสัมผัส

สแกนใบหน้าก็ทำได้!

จำลองเหตุการณ์ว่าถ้าเราอยู่ในไซต์งานแล้วต้องใส่ถุงมือในการทำงาน การจะถอดถุงมือแล้วมาสแกนลายนิ้วมือ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก เค้าเลยมีฟีเจอร์สแกนในหน้ามาให้ครับ ยกขึ้นมาก็สามารถสแกนใบหน้าได้เลย สะดวกมากๆ

ใส่แว่นก็สแกนหน้าได้นะ พิสูจน์มาแล้ว!
จ้องมาที่ฉันสิ~

App Edge

หนึ่งในฟีเจอร์คลาสสิกของซัมซุง ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ มาหลายเจเนอเรชั่น! ก็มีมาให้ใน Tab Active3 เช่นเดียวกันครับ สามารถเลือกแอปอย่างรวดเร็วได้จากขอบจอด้านขวาตรงนี้ได้เลย แถมยังสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบเลยครับ หรือจะเลือกเข้าใช้งาน Multi-Windows ก็สามารถทำได้จาก App Edge ตรงนี้เลย!

เส้นเส้นสีขาวขอบจอด้านขวาไหม? ลากมันออกมา
หน้าตาก็จะประมาณนี้!?

ใส่ซิมโทรออกได้เลย!

อีกหนึ่งฟีเจอร์ของ Tab Active3 ก็คือในส่วนของการโทรออกครับ คิดซะว่ามันเป็นโทรศัพท์ขนาดใหญ่ กดเบอร์พร้อมโทรออกแล้วยกแนบหูได้เลย ในการใช้งานจริงมีฟีเจอร์นี้ก็สะดวกสบายกว่าที่คิดนะครับ

มีถาดใส่ซิม แต่ต้องถอดเคสก่อนนะ!

รองรับ Wi-Fi 6 แล้ว แรงส์!

เรื่องการเชื่อมต่อก็ไม่น้อยหน้านะครับ สำหรับ Tab Active3 นี้ ถ้าบ้านไหนใช้ Router ที่รองรับ Wi-Fi 6 ล่ะก็ ...บอกเลยครับว่าบันเทิงมาก โหลดเร็ว โหลดแรง โหลดไว สุดๆ !

เลข 6 ขึ้นมาหมายความว่ารองรับยังไงล่ะ!

ไม่มีแบตก็ใช้งานได้!?

อย่างที่รู้กันว่า Tab Active3 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกได้ เราสามารถใช้ “No Battery Mode” หรือเสียบไฟตรงต่อที่เครื่องได้เลยไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่ครับ ยกตัวอย่างเช่นเป็นร้านอาหารที่จะต้องเปิดหน้าจออยู่ตลอดเวลา ต่อแบตไว้ตลอดก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ต่อตรงไปเลยก็จะสะดวกกว่าแถมไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเสื่อมอีกด้วยในจุดนี้

No Battery Mode (แจ๋วเวอร์!)

แข็งแกร่งทานทน รถชนก็ไม่ตาย!

อีกฟีเจอร์เด่นของตระกูล Active นั้นก็คือเรื่องของความทนทาน! นำเจ้า Tab Active3 นี้ทดสอบความอึดถึกทน จะตกจะหล่นก็ไม่หวั่น ด้วยมาตรฐานเกรดกองทัพ Military Standard ที่สามารถกันแรงกระแทกจากการตกหล่นได้สูงถึง 1.5 เมตรได้เลยทีเดียว จากการใช้งานจริงก็มีการเผลอทำตกหล่นบ้าง ในระดับเอว หรือบางครั้งก็จงใจทำให้ตกจากระดับไหล่ (ผมสูง 183cm)

ลองดูเป็นภาพเคลื่อนไหวกันหน่อย

จากการทดสอบทำตกหล่นเนี่ย คือต้องบอกว่าไม่แม้แต่จะเป็นรอยขีดข่วน คือไม่เป็นอะไรเลยถ้าเป็นระดับการตกหล่นประมาณไม่เกินสัก 2 เมตร คือสบายมากๆ การใช้งานทั่วไปถ้าไม่ได้ต้องไปปีนขึ้นเชลฟ์สูงๆ แล้วทำตกลงมาอะไรแบบนั้นผมก็ต้องบอกตรงๆ ครับว่า Tab Active3 รองรับการใช้งานแบบสมบุกสมบันในระดับนี้เลยครับ! คือถ้าเป็นไปได้ก็อย่าทำตกแหละ แต่เข้าใจว่ามันก็อาจจะมีพลาดกันบ้าง ถ้าพลาดกันแบบไม่ได้จงใจบางครั้งบางคราวเนี่ย สบายมากครับ! 

แถมยังกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 (ลงน้ำได้ลึก 1.5m ระยะเวลา 30 นาที) จะคลุกฝุ่นเขรอะแค่ไหน ก็สามารถล้างด้วยน้ำได้เลยไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ!

สมบุกสมบัน
เละขนาดไหน ล้างน้ำก็ใช้ต่อได้ชิลๆ

ประสิทธิภาพการใช้งาน

สำหรับเรื่องของประสิทธิภาพ Tab Active3 มาพร้อมกับขุมพลังที่ได้ชื่อว่าเป็นอดีตเรือธงอย่าง Exynos9810 หรือเป็นตัวเดียวกันกับ Galaxy Note 9 นั่นเองจ้า! มาพร้อมกับ RAM 4GB และความจุ 64GB ต้องบอกว่าการใช้งานทั่วไปนั้นลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใดเลยครับ สบายหายห่วง (แหม ถึงจะใช้คำว่าอดีต แต่ก็เป็นเรือธงอยู่ดีแหละเนอะ!)

เรือธงก็คือเรือธง! ถึงจะเป็นอดีต ก็ถือว่าเป็นเรือธงนะ :p

ก่อนจะไปทดสอบรีดประสิทธิภาพหนักๆ อย่างการเล่นเกม ก่อนอื่นเรามาดูในเรื่องของตัวเลขกันหน่อยดีกว่าครับ สำหรับ Antutu Benchmark นั้นได้ผลคะแนนออกมาอยู่ที่ 302,064 คะแนนเลยทีเดียว ก็ถือว่าทำได้ดีเลยครับสำหรับ Tablet พันธุ์แกร่งแบบนี้ ทั้งอึดถึกทน แถมยังแรงเพียงพอต่อการตอบสนองทุกการใช้งานอีกด้วย!

เอาผลทดสอบมาแปะให้ดู

ว่ากันด้วยเรื่องของการเล่นเกม! ด้วยความที่ Tab Active3 นั้นมีขนาดจออยู่ที่ 8 นิ้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นจอ TFT แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าการแสดงผลหรือสีสันมันดรอปหรือแสดงผลไม่ดีแต่อย่างใด เพราะเอาจริงๆ จากการที่ได้ใช้ทดสอบเล่นเกมมา คือต้องบอกว่า เฮ้ย! ขนาดมันพอดีมือ การจับถืออะไรต่างๆ เล่นเกมคือถนัดมือมาก โดยส่วนตัวแล้วมองว่า Tablet ไซซ์ประมาณนี้ ตอบโจทย์การเล่นเกม ดูซีรีส์ เสพคอนเทนต์จริงๆ ครับ มันใหญ่ไม่เทอะทะจนเกินไป เข้ามือสุดๆ

เพลินมากๆ!

แหนะ! แอบนอกเรื่องอีกแล้วสิ กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ! ประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมนั้น ต้องบอกเลยว่าเล่นเกมปรับสุดได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ผมได้ทำการทดสอบเล่นเกมทั้งหมด 4 เกมด้วยกัน ได้แก่

  • Asphalt 9
  • Call of Duty Mobile
  • RoV
  • LoL Wildrift

ซึ่งผมได้ทำการปรับภาพกราฟิกสูงสุดในทุกเกมเพื่อรีดประสิทธิภาพของเครื่องออกมาให้มากที่สุด โดยที่ผลการทดสอบเป็นดังนี้ครับ

Asphalt 9 ปรับสุดไม่รู้สึกถึงอาการหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ระบบแนะนำให้ปรับเป็นค่ามาตรฐาน แต่พอปรับไปสุด เอ้า! ก็เล่นได้ลื่นดีนี่นา!?

ปรับสุด
ตระการตา! แต่ก็ยังไหลลื่น!?

Call of Duty Mobile ปรับกราฟิกสูงสุดได้ที่ High และ High Framerate เล่นต่อเนื่องประมาณ 30 นาทีไม่รู้สึกถึงการหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใดครับ ลื่นไหล~

จัดไป! ระดับ High ทั่้งคู่
เล็ง ..ยิง!

RoV เกม MOBA ยอดฮิตในไทย ปรับการแสดงผลกราฟิกได้สูงสุดอยู่ที่ "สูง" เท่านั้น (ปรับสูงมากไม่ได้นะ เค้าล๊อคไว้!) เวลาเล่นก็คือลื่นไหลครับ จังหวะทีมไฟท์บวกกันรัวๆ ก็ไม่ได้รู้สึกถึงอาการเฟรมดรอปใดๆ ตีป้อมสบายหายห่วงเลยครับ!

ล็อคค่าไว้ที่การแสดงผล "สูง"
บวกยับๆ บวกไม่พัก!

LoL Wildrift มาถึงเกม MOBA น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานมานี้ (ถึงเวอร์ชั่น PC จะมีมาเป็น 10 ปีแล้วก็เถอะ!) เกมนี้จัดว่ากราฟิกเวอร์วังอลังการงานสร้างครับ ภาพสวยงามมากๆ และมีการ Optimize ระบบเกมมากๆ เป็นมาตรฐานของเกมยุคใหม่ ผมก็เลยใส่เต็มเลย! ปรับที่ Ultra High Definition คือสุดทุกอย่าง! แต่ผลที่ได้ออกมาอาจจะน่าเสียดายนิดนึงครับ ไม่สามารถประคองเฟรมเรตที่ 60fps ได้ จังหวะทีมไฟท์นัวๆ เฟรมเรตจะดรอปลงมาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว จะเหลือเพียงแค่ 48-54 fps ประมาณนี้ครับ เอาเป็นว่าถ้าปรับค่ากลางๆ หรือกลางค่อนไปทางสูง ก็จะสามารถรันเกมได้ไหลลื่นเลยแหละ!

ปรับเกือบสุดไปเลยจ้า
แอบมีเฟรมดรอปนิดหน่อย - -"

โดยภาพรวม ก็ต้องบอกว่าทำผลงานออกมาได้ดีเลยครับสำหรับเรื่องของการเล่นเกมในจุดนี้ คือถ้าไม่ได้พยายามจะแกล้งเครื่องแบบผมจริงๆ ที่จะต้องไปสุดในทุกทาง ก็คือเรียกได้ว่าแทบไม่มีข้อติเลยครับ! ส่วนถ้าจะมีเรื่องที่แอบรู้สึกว่า ..เอ๊ะ!? สักหน่อยก็คงจะเป็นในเรื่องของตำแหน่งลำโพงด้านล่างซ้ายนี่แหละครับ ซึ่งพอเวลาเราใช้งานในแนวนอน ใช้ดูหนัง เสพคอนเทนต์ หรือเข้าเล่นเกมจริงๆ เนี่ยมันจะเจออาการที่อุ้งมือเราไปบังลำโพง ทำให้เสียงไม่ออก เกิดอาการเสียงอู้อี้ได้ ก็จะทำให้รู้สึกว่ามันอาจจะทำให้ความสุนทรีย์ลดน้อยลงไปบ้าง แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วยการหมุนพลิกตัวเครื่องเป็นอีกฝั่งครับ ก็จะช่วยได้พอสมควร (ถึงจะแอบขัดใจบ้างก็เถอะ)

สลับเป็นตำแหน่งนี้ก็จะไม่บังลำโพง โอเคอยู่ แก้ขัดได้!

กล้องถ่ายรูป

เรื่องกล้องถ่ายภาพ สำหรับ Tablet ในทุกๆรุ่น อาจจะถือว่าไม่ได้เป็นหัวใจหลักสักเท่าไหร่นัก แต่ Tab Active3 ก็ถือว่าจัดมาให้สำหรับการใช้งานครับ ไม่ได้เวอร์วังอลังการอะไร แต่ว่าสามารถใช้งานได้จริง

ให้กล้องมา 1 ตัวถ้วน และแฟลชอีก 1 ตัว

ให้กล้องหลังมาที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงที่ f/1.9 คุณภาพถือว่าอยู่ในระดับที่ “โอเค” สามารถเก็บรายละเอียดหลักๆ ที่ต้องการได้ จะใช้สแกน QR บาร์โค้ดอะไรก็ทำได้แน่นอนครับ

ภาพตัวอย่างจากกล้องหลัง Tab Active3

ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล ก็เพียงพอต่อการใช้งานครับ ส่วนคุณภาพต้องบอกว่า แอบดีกว่าที่คิดแฮะ การเกลี่ยหน้าเกลี่ยผิวอะไรคือทำออกมาได้ดีทีเดียวครับ

แบตเตอรี่

สำหรับแบตเตอรี่ของ Tab Active3 ที่ให้มา 5,050 mAh ดูจากตัวเลขอาจจะมองว่าไม่ได้เยอะเท่าที่ควรหรือเปล่าสำหรับการเป็น Tablet ในส่วนนี้มองว่าถ้าเราใช้ในการทำงานจำพวกไซต์งาน หรืองานเช็คสต๊อก เปิดหน้าจอบ้าง ใช้กล้องบ้าง มันก็จะไม่ได้กินพลังงานอะไรมากมาย เวลาทำงาน 8 ชั่วโมงอะไรแบบนี้เอาอยู่แน่นอนครับ อีกอย่างถ้าใช้ในงานอุตสาหกรรมแบบนั้นจริงๆ เค้าจะนิยมในการบกแบตสำรองเพื่อเปลี่ยนก้อนไปเลย งานจะได้ไม่สะดุด ก็จะตอบโจทย์ในสายงานประเภทนั้นมากกว่าครับ

เปลี่ยนก้อนซะเลย!

แต่ถ้าเป็นการใช้งานเพื่อเอนเตอร์เทนเมนต์อย่างการดูหนังเล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เนี่ย ด้วยความที่หน้าจอมันเปิดรันอยู่ตลอดเวลาก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่ลดลงได้ไวกว่าปกติครับ แต่จากการทดสอบใช้งานมา ถ้าไม่ได้เล่นเกมหรือดึงประสิทธิภาพของ CPU หนักๆ เต็มวันถือว่าทำได้สบายๆ ครับ เพราะผมนอนดู Netflix ประมาณ 6 ชั่วโมงติดต่อกัน แบตเตอรี่ลดไปประมาณ 35% เท่านั้น ถือว่าเรื่องการจัดการประสิทธิภาพแบตเตอรี่ตอนที่ไม่ได้ใช้งานหนักๆ ทำได้ดีเอาเรื่องเลยแหละ แต่ถ้าเป็นการเล่นเกมนั้นแบตจะค่อนข้างลดไวเลยทีเดียวครับ ผมเปิดเล่นเกมต่อเนื่อวกันเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ก็มีการสับเปลี่ยนไปหลายๆ เกม (ปรับสุดทุกเกม) แต่ที่แน่นอนเลยใช้ความสว่างหน้าจอที่ประมาณ 50% และเปิดจอตลอดการใช้งานเล่นเกม 3 ชั่วโมงนี้ แบตเตอรี่ลดจาก 100% ลงไปเหลือ 44% เท่านั้น!? จะเป็นคนละเรื่องกับตอนดูหนังเลยทีเดียวแหละ! เอาเป็นว่าผมแนะนำให้เปิดกราฟิกของเกมในระดับกลางๆ หรือค่อนไปทางสูง ก็จะช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นครับ!

ดูซีรีส์กันได้ยาวๆ แต่ถ้าเล่นเกมจะสูบแบตพอสมควร

ส่วนการชาร์จเร็วนั้นเค้าให้มาอยู่ที่ 15W ผ่านการชาร์จด้วยพอร์ต USB Type-C ก็มองว่าอาจจะไม่ได้เร็วมากมาย แต่ก็พอเหมาะสมกับความจุแบตเตอรี่ระดับ 5,050 mAh แล้วครับ จัดว่า “กำลังดี”

ชาร์จผ่าน USB-C
ใช้เวลาจาก 0-100 ประมาณสองชั่วโมงครึ่ง

สรุปภาพรวมการใช้งาน

Tab Active3 เหมาะกับใคร? ตอบให้ตรงนี้เลยว่า ถึงเค้าออกแบบมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ไซต์งาน หรือโรงงานต่างๆ แต่ตอนนี้เค้าก็เปิดขายให้ลูกค้าทั่วไปได้จับจองกันแล้ว เพราะฉะนั้น เจ้า Tablet ตัวนี้ก็เหมาะกับใครก็ตามที่ต้องการ Tablet สักตัว ที่ขนาดไม่ได้ใหญ่เวอร์วังอลังการ ใช้งานสมบุกสมบัน ไม่ต้องคอยระวัง ไม่ต้องกังวลว่าการใช้งานมันจะงอไหม? จะพังง่ายหรือเปล่า? ลืมตรงจุดนั้นไปได้เลยครับผม! Tablet ตัวนี้จะมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ในการใช้งานจริง ใช้งานหนัก งานลุยแบบสมบุกสมบันที่ดีให้กับทุกท่านอย่างแน่นอน~

พร้อมลุยทุกสถานการณ์!

ราคา

Samsung Galaxy Tab Active3 สนนค่าตัวอยู่ที่ 21,900 บาท! โดยเปิดวางจำหน่ายให้กับผู้ใช้ทั่วไปตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมานี้ครับ! สามารถสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Samsung Online Store หรือไปลองจับลองเล่นของจริงได้ที่หน้าร้านกันได้เลยจ้า!

จุดเด่น

  • อึด ถึก ทน! กันกระแทกระดับ 1.5 เมตร ตามมาตรฐาน MTL-STD-810H
  • กันน้ำกันฝุ่นที่ระดับ IP68
  • มาพร้อมกับปากกา S Pen
  • หน้าจอที่ตอบสนองร่วมกับการใส่ถุงมือได้
  • สามารถถอดแบตได้ เปลี่ยนก้อนได้ทันที
  • ต่อไฟตรงไม่ต้องผ่านแบตก็ทำได้

จุดสังเกต

  • พอใส่เคสแล้วจะค่อนข้างใหญ่เทอะทะ ทำให้มีพื้นที่เสียเปล่าค่อนข้างเยอะ
  • แบตเตอรี่ความจุไม่เยอะเท่าไหร่สำหรับการเป็น Tablet
  • ตำแหน่งลำโพงด้านล่างซ้ายของเครื่อง อยู่ในจุดที่อุ้งมือไปบังได้ง่าย

//นายเป้ไงจะใครล่ะ